ปรับปรุงล่าสุด · อ้างอิงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDF

สารบัญ
  1. สรุปสาระสำคัญ
  2. I. สิทธิของผู้ถูกจับตามกฎหมายไทย
  3. II. การแจ้งสิทธิในชั้นจับกุมตามมาตรา ๘๓ และ ๘๔
  4. III. การควบคุมตัวและกำหนดสี่สิบแปดชั่วโมง
  5. IV. ชั้นสอบสวน: ทนายความและสิทธิที่จะไม่ให้การ
  6. V. พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ
  7. VI. กฎหมายเปรียบเทียบ: สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเยอรมนี
  8. VII. นิติเศรษฐศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์
  9. VIII. ข้อพิจารณาเมื่อถูกจับหรือถูกเรียกเป็นผู้ต้องหา
  10. IX. คำถามที่พบบ่อย
  11. X. เรื่องที่เกี่ยวเนื่องในเครือเอกสยาม
  12. ถูกจับ ถูกเรียก หรือถูกแจ้งข้อกล่าวหา

สรุปสาระสำคัญ

  • สันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีความผิด รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙ ห้ามปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยเสมือนผู้กระทำความผิดก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด และให้ควบคุมตัวได้เพียงเท่าที่จำเป็น
  • สิทธิสี่ประการตามมาตรา ๗/๑ พบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ ให้ทนายความเข้าฟังการสอบปากคำ ได้รับการเยี่ยมจากญาติ และได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็ว
  • แจ้งสิทธิตั้งแต่ขณะจับ มาตรา ๘๓ และ ๘๔ ให้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิที่จะไม่ให้การ คำรับสารภาพในชั้นจับกุมรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้
  • นำตัวไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมง นับแต่ผู้ถูกจับถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน ตามมาตรา ๘๗
  • ถ้อยคำก่อนแจ้งสิทธิใช้พิสูจน์ความผิดไม่ได้ ตามมาตรา ๑๓๔/๔ และพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบถูกจำกัดตามมาตรา ๒๒๖ และ ๒๒๖/๑
  • หลักเดียวกันในต่างประเทศ คำพิพากษา Miranda ของสหรัฐ Police and Criminal Evidence Act 1984 ของอังกฤษ และ StPO § 136 ของเยอรมนี

I. สิทธิของผู้ถูกจับตามกฎหมายไทย

สิทธิของผู้ถูกจับตามกฎหมายไทยมีฐานอยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๗/๑ ผู้ถูกจับมีสิทธิได้รับแจ้งข้อกล่าวหา สิทธิที่จะไม่ให้การ สิทธิพบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ สิทธิให้ทนายความเข้าฟังการสอบปากคำ สิทธิแจ้งญาติ และสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล เจ้าพนักงานต้องแจ้งสิทธิเหล่านี้ในโอกาสแรก

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา ๒๙ วางหลักสี่ข้อที่ใช้กับทุกคดีอาญา ข้อแรกคือหลักสันนิษฐานว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด ข้อที่สองคือการควบคุมหรือคุมขังทำได้เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันการหลบหนี ข้อที่สามคือห้ามบังคับให้บุคคลให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง ข้อที่สี่คือคำขอประกันต้องได้รับการพิจารณาและจะเรียกหลักประกันเกินควรไม่ได้1

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแปลงหลักเหล่านั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงาน มาตรา ๗/๑ ให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรือขังมีสิทธิแจ้งญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจให้ทราบถึงการถูกจับและสถานที่ควบคุม และมีสิทธิอีกสี่ประการ คือพบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว ให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติตามสมควร และได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็ว2

มาตราเดียวกันกำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่รับมอบตัวมีหน้าที่แจ้งสิทธิเหล่านี้ในโอกาสแรก สิทธิจึงไม่ได้ขึ้นกับว่าผู้ถูกจับรู้กฎหมายหรือร้องขอหรือไม่ หน้าที่แจ้งเป็นของรัฐ

II. การแจ้งสิทธิในชั้นจับกุมตามมาตรา ๘๓ และ ๘๔

ในชั้นจับกุม เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งข้อกล่าวหา แสดงหมายจับถ้ามี และแจ้งว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ ถ้อยคำอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ และมีสิทธิพบทนายความ มาตรา ๘๔ วรรคท้ายห้ามรับฟังคำรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นพยานหลักฐาน ส่วนถ้อยคำอื่นรับฟังได้ต่อเมื่อแจ้งสิทธิแล้ว

มาตรา ๘๓ วรรคสองกำหนดสิ่งที่เจ้าพนักงานผู้จับต้องทำในขณะจับ ได้แก่ แจ้งข้อกล่าวหา แสดงหมายจับถ้ามี แจ้งสิทธิที่จะไม่ให้การ แจ้งว่าถ้อยคำอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน และแจ้งสิทธิพบและปรึกษาทนายความ ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งญาติและทำได้โดยสะดวก เจ้าพนักงานต้องอนุญาตตามสมควร และต้องบันทึกการจับไว้3

เมื่อนำตัวถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน มาตรา ๘๔ ให้แจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดเหตุแห่งการจับ ถ้ามีหมายจับให้อ่านให้ฟัง มอบสำเนาบันทึกการจับ แล้วแจ้งสิทธิตามมาตรา ๗/๑ อีกครั้ง พร้อมจัดให้ติดต่อญาติโดยไม่เรียกค่าใช้จ่าย4

ผลทางพยานหลักฐานอยู่ที่วรรคท้ายของมาตรา ๘๔ คำรับสารภาพที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานในชั้นจับกุมห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐาน ส่วนถ้อยคำอื่นรับฟังเพื่อพิสูจน์ความผิดได้ต่อเมื่อได้แจ้งสิทธิแล้ว4

ศาลฎีกาตีความขอบเขตของข้อห้ามนี้ไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๒๘/๒๕๖๕ ว่าห้ามรับฟังเฉพาะคำรับสารภาพของจำเลยผู้นั้นเพื่อลงโทษจำเลยผู้นั้นเอง ถ้อยคำในชั้นจับกุมที่ซัดทอดจำเลยอื่นยังรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้5 ข้อห้ามตามมาตรา ๘๔ จึงคุ้มครองผู้ให้ถ้อยคำ ไม่ได้คุ้มครองบุคคลที่ถูกกล่าวถึง

III. การควบคุมตัวและกำหนดสี่สิบแปดชั่วโมง

มาตรา ๘๗ ห้ามควบคุมผู้ถูกจับไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี ถ้าไม่ได้ปล่อยชั่วคราวและมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวนหรือฟ้องคดี ต้องนำตัวไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ผู้ถูกจับถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ เพื่อให้ศาลพิจารณาคำร้องขอหมายขัง

การนับสี่สิบแปดชั่วโมงเริ่มจากเวลาที่ผู้ถูกจับถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ ไม่ใช่เวลาที่เริ่มสอบปากคำ เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอหมายขัง ศาลต้องสอบถามผู้ต้องหาว่ามีข้อคัดค้านหรือไม่ และอาจเรียกพนักงานสอบสวนมาชี้แจงเหตุจำเป็นหรือเรียกพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณา6

โครงสร้างนี้ทำให้ศาลเป็นผู้ตรวจความจำเป็นของการควบคุมตัว ไม่ใช่ฝ่ายสอบสวนตัดสินเอง ซึ่งตรงกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙ วรรคสามที่ให้ควบคุมหรือคุมขังได้เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันการหลบหนี1

IV. ชั้นสอบสวน: ทนายความและสิทธิที่จะไม่ให้การ

ก่อนถามคำให้การ พนักงานสอบสวนต้องแจ้งตามมาตรา ๑๓๔/๔ ว่าผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ คดีที่มีโทษประหารชีวิตหรือผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปี รัฐต้องจัดหาทนายความให้ถ้าไม่มี ถ้อยคำที่ได้มาก่อนแจ้งสิทธิใช้พิสูจน์ความผิดไม่ได้

มาตรา ๑๓๔/๑ แยกสองระดับ คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่แจ้งข้อหา พนักงานสอบสวนต้องถามว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มี รัฐต้องจัดหาให้ ส่วนคดีที่มีอัตราโทษจำคุก รัฐจัดหาให้เมื่อผู้ต้องหาไม่มีและต้องการทนายความ7

มาตรา ๑๓๔/๔ วรรคหนึ่งกำหนดการแจ้งสิทธิสองประการก่อนถามคำให้การ และวรรคท้ายวางผลว่าถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้ไว้ก่อนแจ้งสิทธิ หรือก่อนดำเนินการตามมาตรา ๑๓๔/๑ ถึง ๑๓๔/๓ รับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้8 การไม่ให้การในชั้นสอบสวนจึงเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรอง ไม่ใช่การขัดขวางการสอบสวน

ผู้ถูกกล่าวหาในคดีหมิ่นประมาทออนไลน์ใช้สิทธิชุดเดียวกันนี้ ขั้นตอนเฉพาะของคดีประเภทนั้น เช่น คำร้องทุกข์ อายุความสามเดือน และการยอมความ อธิบายไว้ใน ถูกแจ้งความหมิ่นประมาทออนไลน์ ต้องทำอย่างไร

V. พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ

มาตรา ๒๒๖ ให้อ้างพยานหลักฐานได้เฉพาะชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการจูงใจ คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น ส่วนมาตรา ๒๒๖/๑ ห้ามรับฟังพยานหลักฐานที่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ เว้นแต่ประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน

สองมาตรานี้ทำงานต่างกัน มาตรา ๒๒๖ มองที่ตัวพยานว่าเกิดขึ้นจากวิธีที่มิชอบหรือไม่9 มาตรา ๒๒๖/๑ ครอบพยานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาเพราะการกระทำโดยมิชอบ หรือได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่ได้มาโดยมิชอบ แล้วให้ศาลชั่งน้ำหนัก10

ปัจจัยที่ศาลต้องพิจารณาตามมาตรา ๒๒๖/๑ วรรคสอง ได้แก่ คุณค่าในเชิงพิสูจน์ ความสำคัญ และความน่าเชื่อถือของพยาน พฤติการณ์และความร้ายแรงของความผิด ลักษณะและความเสียหายจากการกระทำโดยมิชอบ และผู้กระทำการโดยมิชอบได้รับการลงโทษหรือไม่ เพียงใด กฎหมายไทยจึงไม่ได้ตัดพยานทิ้งโดยอัตโนมัติ แต่ให้ศาลเลือกระหว่างความจริงในคดีกับมาตรฐานของกระบวนการ

VI. กฎหมายเปรียบเทียบ: สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเยอรมนี

สหรัฐอเมริกาวางหน้าที่เตือนสิทธิก่อนสอบปากคำผ่านคำพิพากษา Miranda v. Arizona ค.ศ. ๑๙๖๖ อังกฤษบัญญัติสิทธิปรึกษาทนายความและการตัดคำรับสารภาพไว้ใน Police and Criminal Evidence Act 1984 เยอรมนีบัญญัติหน้าที่แจ้งสิทธิไว้ใน StPO § 136 และห้ามใช้ถ้อยคำที่ได้มาด้วยวิธีต้องห้ามตาม § 136a ไทยใช้แนวทางบัญญัติเป็นประมวลแบบเยอรมนี

ศาลสูงสหรัฐวินิจฉัยใน Miranda v. Arizona ว่าก่อนการสอบปากคำใด ๆ บุคคลต้องได้รับคำเตือนว่ามีสิทธิไม่พูด ถ้อยคำอาจถูกใช้เป็นพยานหลักฐานยันตน และมีสิทธิให้ทนายความอยู่ด้วย ไม่ว่าจะว่าจ้างเองหรือรัฐจัดหาให้11 และถ้าฝ่ายโจทก์ไม่แสดงต่อศาลว่าได้เตือนและผู้นั้นสละสิทธิแล้ว พยานหลักฐานที่ได้จากการสอบปากคำใช้ยันผู้นั้นไม่ได้ สาระใกล้กับมาตรา ๘๓ วรรคสองและมาตรา ๑๓๔/๔ ของไทย ต่างกันที่แหล่งของหลัก ของสหรัฐมาจากศาลตีความรัฐธรรมนูญ ของไทยมาจากตัวบท

อังกฤษให้ผู้ถูกจับที่ถูกควบคุมในสถานีตำรวจหรือสถานที่อื่นมีสิทธิปรึกษาทนายความเป็นการส่วนตัวเมื่อร้องขอ และต้องได้ปรึกษาภายในสามสิบหกชั่วโมงไม่ว่ากรณีใด ตาม Police and Criminal Evidence Act 1984 มาตรา 5812 ส่วนมาตรา 76(2) ให้ศาลตัดคำรับสารภาพที่ได้มาโดยการกดดันหรือในสภาพที่ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ เว้นแต่อัยการพิสูจน์ได้ปราศจากข้อสงสัยตามสมควรว่าไม่ได้ได้มาเช่นนั้น13 สิทธิที่จะไม่ให้การในอังกฤษมีผลทางพยานหลักฐานที่ควรทราบ Criminal Justice and Public Order Act 1994 มาตรา 34 ให้ศาลหรือคณะลูกขุนอนุมานได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อผู้ถูกกล่าวหาซึ่งถูกสอบปากคำภายหลังได้รับคำเตือนสิทธิไม่กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ภายหลังยกขึ้นต่อสู้ และตามพฤติการณ์ควรกล่าวได้ในขณะนั้น แต่มาตรา 34(2A) ห้ามอนุมานเช่นนี้ถ้าผู้นั้นอยู่ในสถานที่ควบคุมและยังไม่ได้รับโอกาสปรึกษาทนายความ

เยอรมนีกำหนดใน StPO § 136 (1) ให้แจ้งผู้ถูกกล่าวหาเมื่อเริ่มสอบปากคำว่าถูกกล่าวหาเรื่องใด และมีสิทธิไม่ให้การและปรึกษาทนายความได้ทุกเวลา14 § 136a (3) ห้ามใช้ถ้อยคำที่ได้มาด้วยวิธีต้องห้าม เช่น การทำร้าย การหลอกลวง หรือการขู่ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะยินยอมให้ใช้ก็ตาม15

ประเด็นไทยสหรัฐอเมริกาอังกฤษเยอรมนี
แหล่งของหลักรัฐธรรมนูญ ม.๒๙ และ ป.วิ.อ.คำพิพากษา MirandaPACE 1984StPO
สิทธิไม่ให้การม.๘๓ ม.๑๓๔/๔เตือนก่อนสอบปากคำไม่ให้การได้ แต่ศาลอาจอนุมานจากการนิ่ง (CJPOA 1994 s.34)§ 136 (1)
ทนายความม.๗/๑ ม.๑๓๔/๑อยู่ด้วยระหว่างสอบปากคำs.58 ภายใน ๓๖ ชั่วโมง§ 136 (1)
ผลของการฝ่าฝืนม.๘๔ ม.๑๓๔/๔ ม.๒๒๖/๑ใช้พยานจากการสอบปากคำยันผู้นั้นไม่ได้จนกว่าจะแสดงว่าได้เตือนและสละสิทธิs.76 ตัดคำรับสารภาพ§ 136a (3)

VII. นิติเศรษฐศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์

งานวิชาการอธิบายสิทธิของผู้ถูกจับได้สองแนว Herbert Packer เสนอว่ากระบวนการอาญาตึงอยู่ระหว่างตัวแบบควบคุมอาชญากรรมกับตัวแบบกระบวนการอันควร ส่วน Richard Posner มองกฎวิธีพิจารณาความเป็นเครื่องมือลดผลรวมของต้นทุนจากความผิดพลาดของการวินิจฉัยและต้นทุนโดยตรงของการดำเนินคดี

Packer เขียนไว้ใน University of Pennsylvania Law Review ค.ศ. ๑๙๖๔ ว่าตัวแบบควบคุมอาชญากรรมตั้งอยู่บนการถือว่าการปราบปรามอาชญากรรมเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของกระบวนการ ถ้าตัวแบบนี้เหมือนสายพานการผลิต ตัวแบบกระบวนการอันควรก็เหมือนเส้นทางวิ่งผ่านเครื่องกีดขวาง แต่ละขั้นตั้งใจสร้างอุปสรรคก่อนนำผู้ถูกกล่าวหาไปขั้นถัดไป16 มาตรา ๘๔ วรรคท้าย มาตรา ๑๓๔/๔ วรรคท้าย และการตรวจหมายขังตามมาตรา ๘๗ เป็นเครื่องกีดขวางในความหมายนี้

Posner เขียนไว้ใน Journal of Legal Studies ค.ศ. ๑๙๗๓ ว่าวัตถุประสงค์ของวิธีพิจารณาความคือการลดผลรวมของต้นทุนสองประเภท ได้แก่ ต้นทุนจากความผิดพลาดเมื่อระบบยุติธรรมทำหน้าที่ไม่ได้ และต้นทุนโดยตรงของการดำเนินคดี17 ในกรอบนี้ การตัดคำรับสารภาพในชั้นจับกุมลดโอกาสลงโทษผู้บริสุทธิ์จากถ้อยคำที่ได้มาในภาวะกดดัน แม้จะเพิ่มต้นทุนการหาพยานอื่น ส่วนการชั่งน้ำหนักตามมาตรา ๒๒๖/๑ คือการให้ศาลเทียบต้นทุนสองด้านนั้นเป็นรายคดี

สองแนวคิดนี้อธิบายเหตุที่กฎหมายไทยเลือกทั้งกฎตายตัวและการชั่งน้ำหนัก กฎตายตัวใช้กับคำรับสารภาพในชั้นจับกุมซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดสูง การชั่งน้ำหนักใช้กับพยานที่อาจเชื่อถือได้แต่ได้มาโดยวิธีที่มิชอบ

VIII. ข้อพิจารณาเมื่อถูกจับหรือถูกเรียกเป็นผู้ต้องหา

เมื่อถูกจับหรือได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา ควรขอทราบข้อกล่าวหาและเหตุแห่งการจับ ขอสำเนาบันทึกการจับ ใช้สิทธิแจ้งญาติ และขอพบทนายความก่อนให้การ การไม่ให้การในชั้นสอบสวนเป็นสิทธิตามมาตรา ๑๓๔/๔ และให้การภายหลังได้เมื่อได้ปรึกษาแล้ว

IX. คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องสิทธิของผู้ถูกจับอยู่ที่ห้าประเด็น คือ ผู้ถูกจับมีสิทธิอะไรบ้าง ไม่ให้การได้หรือไม่ ตำรวจควบคุมตัวได้นานเท่าใด คำรับสารภาพในชั้นจับกุมใช้ในศาลได้หรือไม่ และรัฐจัดหาทนายความให้เมื่อใด

ผู้ถูกจับมีสิทธิอะไรบ้างตามกฎหมายไทย
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๗/๑ ให้ผู้ถูกจับมีสิทธิแจ้งญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจถึงการถูกจับและสถานที่ควบคุม พบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว ให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ ได้รับการเยี่ยมจากญาติตามสมควร และได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็ว มาตรา ๘๓ เพิ่มสิทธิได้รับแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิที่จะไม่ให้การ
ถูกจับแล้วไม่ให้การได้หรือไม่
ได้ มาตรา ๘๓ วรรคสองและมาตรา ๑๓๔/๔ กำหนดให้แจ้งผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาว่ามีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ และรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙ ห้ามบังคับให้บุคคลให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง ถ้อยคำที่ได้มาก่อนแจ้งสิทธิรับฟังพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้
ตำรวจควบคุมตัวผู้ถูกจับได้นานเท่าใด
มาตรา ๘๗ ห้ามควบคุมไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี ถ้าไม่ได้ปล่อยชั่วคราวและมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวนหรือฟ้องคดี ต้องนำตัวไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ผู้ถูกจับถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ การขังต่อจากนั้นต้องมีหมายขังของศาล
คำรับสารภาพในชั้นจับกุมใช้เป็นพยานในศาลได้หรือไม่
ไม่ได้ มาตรา ๘๔ วรรคท้ายห้ามรับฟังคำรับสารภาพที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานในชั้นจับกุมเป็นพยานหลักฐาน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๒๘/๒๕๖๕ วินิจฉัยว่าข้อห้ามนี้ใช้กับคำรับสารภาพของผู้นั้นเพื่อลงโทษผู้นั้นเอง ถ้อยคำที่ซัดทอดจำเลยอื่นยังรับฟังประกอบพยานอื่นได้
รัฐจัดหาทนายความให้ผู้ต้องหาเมื่อใด
มาตรา ๑๓๔/๑ ให้รัฐจัดหาทนายความให้เมื่อผู้ต้องหาไม่มีทนายความในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิตหรือผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปี และในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกเมื่อผู้ต้องหาไม่มีทนายความและต้องการทนายความ พนักงานสอบสวนต้องถามเรื่องนี้ก่อนเริ่มถามคำให้การ

หน้านี้เป็นหน้าหลักด้านสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีในกระบวนการยุติธรรมของ Eksiam Legal ซึ่งอธิบายหลักทั่วไปและกฎหมายเปรียบเทียบ ขั้นตอนเฉพาะของคดีหมิ่นประมาทและคดีออนไลน์อยู่ที่ eksiamdefamationlaw.com และฐานคิดเรื่องกฎหมายกับความยุติธรรมอยู่ในบทความด้านนิติปรัชญา

ขอบเขตของบทความนี้ — เนื้อหาข้างต้นอธิบายหลักกฎหมายทั่วไปเพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา มิใช่ความเห็นทางกฎหมายต่อคดีใดคดีหนึ่ง ข้อเท็จจริงแต่ละคดี เช่น ประเภทความผิด อัตราโทษ และพฤติการณ์แห่งการจับ อาจทำให้ผลต่างกัน18