ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDF

สารบัญ
  1. I. บทนำ: สามวิชาชีพในระบบภาษีไทย
  2. II. นักบัญชี: ผู้บันทึกความจริงทางตัวเลข
  3. III. เจ้าหน้าที่สรรพากร: ตัวแทนรัฐในการจัดเก็บภาษี
  4. IV. นักกฎหมายภาษีอากร: ผู้พิทักษ์สิทธิของผู้เสียภาษี
  5. V. ตารางเปรียบเทียบ: อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
  6. VI. สถานการณ์ที่ต้องการนักกฎหมายภาษีอากร
  7. VII. บทสรุป
  8. มีปัญหาภาษีอากรที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญ?

I. บทนำ: สามวิชาชีพในระบบภาษีไทย

เมื่อผู้ประกอบการหรือบุคคลทั่วไปเผชิญปัญหาเรื่องภาษีอากร คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ "ควรปรึกษาใคร?" หลายคนเลือกนักบัญชีเพราะคุ้นเคยกัน บางคนเข้าหาเจ้าหน้าที่สรรพากรโดยตรงเพราะเชื่อว่าจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และอีกส่วนหนึ่งจึงค้นหานักกฎหมายภาษีอากร ซึ่งในทางปฏิบัติมักไม่ทราบว่าแต่ละฝ่ายทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้บ้าง

ความสับสนนี้มิใช่เรื่องของมุมมองหรือการตีความ หากแต่เป็นเรื่องของกฎหมาย กล่าวคือ กฎหมายไทยได้กำหนดขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของแต่ละวิชาชีพไว้อย่างชัดเจน ทั้งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗1 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘2 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘3 ต่างวางบทบาทของแต่ละฝ่ายไว้อย่างสอดคล้องแต่แตกต่างกัน

บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ความแตกต่างเหล่านั้นในเชิงกฎหมาย โดยตรวจสอบว่าอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของแต่ละวิชาชีพเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ใด และเพราะเหตุใดผู้ประกอบการที่เผชิญข้อพิพาทหรือความไม่แน่นอนทางภาษีจึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกผู้เชี่ยวชาญให้ถูกประเภท

วิชาชีพที่ ๑ นักบัญชี บันทึก จัดทำ และรับรองข้อมูลทางการเงิน ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพบัญชีและจรรยาบรรณที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี
วิชาชีพที่ ๒ เจ้าหน้าที่สรรพากร ตัวแทนรัฐในการจัดเก็บภาษี มีอำนาจประเมิน ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายภาษีเพื่อประโยชน์ของรัฐ

II. นักบัญชี: ผู้บันทึกความจริงทางตัวเลข

พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญญัติในมาตรา ๔ ว่า "วิชาชีพบัญชี" หมายความถึงวิชาชีพในด้านการทำบัญชี ด้านการสอบบัญชี ด้านการบัญชีบริหาร ด้านการวางระบบบัญชี ด้านการบัญชีภาษีอากร ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี และบริการเกี่ยวกับการบัญชีด้านอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง4 บทบัญญัตินี้กำหนดขอบเขตของวิชาชีพบัญชีให้เป็นงานที่เกี่ยวกับ การบันทึก การจัดทำ และการรับรองข้อมูลทางการเงิน เป็นหลัก

สภาวิชาชีพบัญชีมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชี5 รวมถึงกำหนดจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี6 และมีอำนาจรับขึ้นทะเบียนการประกอบวิชาชีพบัญชี ออกใบอนุญาต พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี7

ขอบเขตงานของวิชาชีพบัญชีในเรื่องภาษี

งานด้านการบัญชีภาษีอากรมุ่งที่ ข้อมูลทางบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี เช่น การจัดทำรายงานทางการเงินสำหรับยื่นภาษี การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากตัวเลขในงบการเงิน และการจัดเตรียมเอกสารสนับสนุนการยื่นแบบภาษี ซึ่งเป็นฐานข้อมูลของทุกเรื่องภาษี ส่วนการว่าความในศาลภาษีอากรเป็นงานที่พระราชบัญญัติทนายความสงวนไว้สำหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความ ตามที่อธิบายในหัวข้อ IV

นักบัญชีทำงานกับ ตัวเลขและงบการเงิน ส่วนนักกฎหมายภาษีอากรทำงานกับ สิทธิและภาระทางกฎหมาย งานทั้งสองด้านเกื้อกูลกัน เรื่องภาษีส่วนใหญ่ต้องอาศัยทั้งตัวเลขที่ถูกต้องและการวิเคราะห์ข้อกฎหมายไปพร้อมกัน

นักบัญชีดูแลความถูกต้องของข้อมูลทางการเงิน นักกฎหมายภาษีอากรดูแลสิทธิและข้อโต้แย้งทางกฎหมายของผู้เสียภาษี — เมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องการประเมินภาษี งานทั้งสองด้านต้องเดินไปด้วยกัน

III. เจ้าหน้าที่สรรพากร: ตัวแทนรัฐในการจัดเก็บภาษี

กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หลักในการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ซึ่งตราขึ้นโดยพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พุทธศักราช ๒๔๘๑8 เจ้าพนักงานสรรพากรมีอำนาจที่กฎหมายให้ไว้อย่างกว้างขวางในการตรวจสอบ ประเมิน และบังคับใช้กฎหมายภาษี รวมถึงการออกหมายเรียก การตรวจสอบเอกสาร การประเมินภาษีเพิ่มเติม และการเรียกเก็บเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ9

บทบาทของเจ้าพนักงานในฐานะผู้แทนรัฐ

เจ้าหน้าที่สรรพากรปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ตัวแทนของรัฐ มีหน้าที่จัดเก็บภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าพนักงานจึงเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร ส่วนการพิจารณาว่าข้อเท็จจริงของกิจการควรใช้สิทธิใดและวางข้อโต้แย้งอย่างไร เป็นเรื่องที่ผู้เสียภาษีควรพิจารณาร่วมกับที่ปรึกษาของตนเอง

สิทธิของผู้เสียภาษีที่ควรพิจารณาในทุกเรื่องที่มีความเสี่ยงทางภาษี ได้แก่ สิทธิในการอุทธรณ์คำวินิจฉัย สิทธิในการนำส่งหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง และสิทธิในการขอลดหรืองดเบี้ยปรับ การวางแผนใช้สิทธิเหล่านี้ตั้งแต่ต้นช่วยให้ผู้เสียภาษีชี้แจงต่อเจ้าพนักงานได้ครบถ้วนและตรงประเด็น

อำนาจประเมินและกำหนดเวลาอุทธรณ์

เมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรออกหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติม ผู้เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้ และหากไม่พอใจผลการพิจารณาอุทธรณ์ สามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลภาษีอากรได้10 กระบวนการเหล่านี้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่มีกำหนดเวลาและรูปแบบเฉพาะ จึงควรมีผู้ที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายภาษีอากรช่วยดำเนินการ

IV. นักกฎหมายภาษีอากร: ผู้พิทักษ์สิทธิของผู้เสียภาษี

นักกฎหมายภาษีอากรคือทนายความซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ และมีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านกฎหมายภาษีอากร พระราชบัญญัติทนายความ มาตรา ๓๓ บัญญัติห้ามมิให้ผู้ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ ฟ้องอุทธรณ์ คำร้อง หรือคำแถลงอันเกี่ยวแก่การพิจารณาคดีในศาลให้แก่บุคคลอื่น11 บทบัญญัตินี้มีผลสำคัญโดยตรงต่อคดีภาษีอากร กล่าวคือ ในการอุทธรณ์คำวินิจฉัยที่นำสู่ศาลภาษีอากร มีเพียงทนายความที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้นที่สามารถว่าความแทนผู้เสียภาษีได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

คุณสมบัติของผู้ที่จะขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความนั้น กฎหมายกำหนดไว้อย่างเข้มงวด รวมถึงการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์ และการผ่านการฝึกอบรมตามที่กฎหมายกำหนด12 โดยนักกฎหมายภาษีอากรจะต้องมีพื้นฐานทั้งทางกฎหมายทั่วไปและกฎหมายภาษีอากรโดยเฉพาะ ทำให้สามารถวิเคราะห์ปัญหาภาษีได้ทั้งในมิติของกฎหมายสารบัญญัติ (ภาษีเท่าใดที่ต้องชำระ) และกฎหมายวิธีสบัญญัติ (กระบวนการต่อสู้คดีเป็นอย่างไร)

สิทธิพิเศษของการปรึกษาทนายความ: Attorney-Client Privilege

หลักสำคัญที่เกี่ยวกับงานของทนายความโดยตรงคือ สิทธิพิเศษในการปรึกษาทนายความ (attorney-client privilege หรือ legal professional privilege — LPP) ซึ่งเป็นหลักกฎหมายที่คุ้มครองการสื่อสารระหว่างทนายความกับลูกค้าให้เป็นความลับ ศาลยุติธรรมแห่งประชาคมยุโรปได้วางหลักไว้ในคดี AM & S Europe Ltd. v. Commission ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๘๒ ว่าการรักษาความลับของการสื่อสารระหว่างทนายความกับลูกค้าเป็นหลักที่ได้รับการยอมรับร่วมกันในกฎหมายของรัฐสมาชิก เนื่องจากบุคคลทุกคนต้องสามารถปรึกษาทนายความได้โดยไม่มีข้อจำกัด13

ต่อมาในคดี Akzo Nobel v. Commission (ค.ศ. ๒๐๑๐) ศาลได้ยืนยันว่าหลักการนี้ขึ้นอยู่กับ ความเป็นอิสระของทนายความ (independence of the lawyer) กล่าวคือ ทนายความต้องให้คำแนะนำในฐานะผู้มีความเป็นอิสระจากลูกค้า โดยไม่มีความสัมพันธ์ในฐานะลูกจ้างของลูกค้า14 หลักการความเป็นอิสระนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่าทนายความมิได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อลูกค้า แต่ยังมีพันธกรณีต่อระบบกฎหมายและความยุติธรรมโดยรวม

งานวิชาการร่วมสมัยได้ยืนยันว่าสิทธิพิเศษทางวิชาชีพกฎหมาย (LPP) ได้พัฒนาจากเพียงหลักการทางวิธีสบัญญัติ ไปสู่สิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองในกฎบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานของสหภาพยุโรปและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนยุโรป15 นัยสำคัญของพัฒนาการนี้คือ ทนายความในฐานะนักกฎหมายอิสระมีบทบาทที่กว้างขวางกว่าการเป็นเพียงตัวแทนในคดี หากแต่เป็น ผู้รักษาหลักนิติธรรม (guardian of the rule of law) ซึ่งมีพันธกรณีต่อสังคมและระบบยุติธรรมโดยรวม

ในบริบทของกฎหมายไทย ความลับทางวิชาชีพได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติของไทยเอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๓ ห้ามผู้ที่ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นโดยเหตุที่ประกอบอาชีพบางประเภท รวมทั้งทนายความและผู้สอบบัญชี เปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ในชั้นศาล ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๒ (๒) ให้สิทธิปฏิเสธไม่เบิกความหรือไม่นำพยานหลักฐานมาแสดง หากจะเปิดเผยเอกสารหรือข้อความที่เป็นความลับ "ซึ่งตนได้รับมอบหมายหรือบอกเล่าจากลูกความในฐานะที่ตนเป็นทนายความ" ส่วนในคดีอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๓๑ (๒) ให้สิทธิไม่ยอมให้การหรือส่งพยานหลักฐานสำหรับ "เอกสารหรือข้อความลับ ซึ่งได้มาหรือทราบเนื่องในอาชีพหรือหน้าที่ของเขา" ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะทนายความ ทั้งสองมาตราให้ศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าการปฏิเสธมีเหตุผลหรือไม่ และบังคับให้เบิกความหรือส่งพยานหลักฐานได้หากเห็นว่าไม่มีเหตุผล ความคุ้มครองความลับทางวิชาชีพในกฎหมายไทยจึงมีหลายระดับตามประเภทคดีและวิชาชีพ ไม่ใช่สิทธิเด็ดขาดของวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง

อำนาจว่าความในศาลภาษีอากรและการอุทธรณ์

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๗ บัญญัติให้ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งในเรื่อง (๑) คดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานหรือคณะกรรมการตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร และ (๒) คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร16 ศาลภาษีอากรกลางตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครและมีเขตอำนาจตลอดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล17

ในกระบวนการเหล่านี้ นักกฎหมายภาษีอากรในฐานะทนายความที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายในการว่าความแทนผู้เสียภาษีอย่างครบถ้วน ทั้งการยื่นคำฟ้อง การแสดงพยานหลักฐาน การซักค้านพยาน และการโต้แย้งข้อกฎหมาย งานในศาลเหล่านี้มาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติทนายความสงวนไว้สำหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความ

V. ตารางเปรียบเทียบ: อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

เพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างชัดเจน ตารางต่อไปนี้สรุปความแตกต่างหลักในอำนาจหน้าที่และสถานะทางกฎหมายของสามวิชาชีพ:

ประเด็น นักบัญชี เจ้าหน้าที่สรรพากร นักกฎหมายภาษีอากร
กฎหมายกำกับ พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ ประมวลรัษฎากร พ.ศ. ๒๔๘๑ พ.ร.บ. ทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘
องค์กรวิชาชีพ สภาวิชาชีพบัญชี กรมสรรพากร (หน่วยงานรัฐ) สภาทนายความ
ผลประโยชน์ที่ให้บริการ ลูกค้า / ผู้ถือหุ้น / สาธารณะ รัฐ (ผู้จัดเก็บภาษี) ลูกค้า (ผู้เสียภาษี) โดยเฉพาะ
ให้คำปรึกษากฎหมายภาษี ให้คำปรึกษาด้านบัญชีและการคำนวณภาษี ให้ข้อมูลแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร ให้คำปรึกษาด้านสิทธิและข้อกฎหมายในฐานะที่ปรึกษาของผู้เสียภาษี
ว่าความในศาลภาษีอากร ว่าความแทนผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความ (พ.ร.บ. ทนายความ ม.๓๓) ได้ ในฐานะตัวแทนรัฐ ได้ ในฐานะตัวแทนผู้เสียภาษี
ความลับทางวิชาชีพ (Privilege) ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่รักษาความลับตาม ป.อ. ม.๓๒๓ และในคดีอาญา ผู้ที่ทราบความลับเนื่องในอาชีพมีสิทธิไม่ให้การตาม ป.วิ.อ. ม.๒๓๑ (๒) มีหน้าที่รักษาความลับของผู้เสียภาษีตามประมวลรัษฎากร ม.๑๐ ทนายความมีหน้าที่รักษาความลับตาม ป.อ. ม.๓๒๓ และมีสิทธิไม่เบิกความเรื่องความลับของลูกความตาม ป.วิ.พ. ม.๙๒ (๒) และ ป.วิ.อ. ม.๒๓๑ (๒)
วางแผนภาษีเชิงกฎหมาย วางแผนด้านบัญชีและตัวเลขภาษี ไม่ใช่บทบาทของเจ้าพนักงาน (เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย) วางแผนด้านโครงสร้างธุรกรรมและข้อกฎหมาย
ต่อสู้การประเมินภาษีเพิ่มเติม จัดทำและชี้แจงข้อมูลบัญชีประกอบการโต้แย้ง เป็นฝ่ายผู้ประเมิน ได้ ทั้งในชั้นอุทธรณ์และชั้นศาล

VI. สถานการณ์ที่ต้องการนักกฎหมายภาษีอากร

ในระดับนานาชาติ ชุมชนนักกฎหมายภาษีอากรได้พัฒนาไปอย่างก้าวหน้า สมาคมเนติบัณฑิตระหว่างประเทศ (International Bar Association — IBA) จัดการประชุมเฉพาะด้านภาษีอากรทุกปี โดยมีประเด็นที่ถกเถียงในการประชุมปี ค.ศ. ๒๐๒๔ ณ กรุงลิสบอน ครอบคลุมตั้งแต่ภาษีขั้นต่ำของ OECD (Pillar 2) ไปจนถึงกฎหมายภาษีในยุคดิจิทัลและการโอนย้ายสถานที่ตั้งบริษัทข้ามพรมแดน18 สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมายภาษีอากรในระดับสูง

สำหรับผู้ประกอบการไทย สถานการณ์ที่ควรเข้าหานักกฎหมายภาษีอากรมีอยู่หลายประการ ได้แก่ เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติม เมื่อต้องการโต้แย้งผลการตรวจสอบ เมื่อต้องการวางแผนภาษีสำหรับการควบรวมกิจการหรือการปรับโครงสร้าง เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษีธุรกรรมระหว่างประเทศ หรือเมื่อต้องการทราบว่าธุรกรรมใดที่กำลังพิจารณาอยู่นั้นมีความเสี่ยงทางกฎหมายภาษีอากรอย่างไร ในกรณีเหล่านี้ ข้อมูลบัญชีที่ถูกต้องครบถ้วนเป็นฐานของทุกข้อโต้แย้ง นักกฎหมายภาษีอากรทำงานร่วมกับนักบัญชีของกิจการ โดยรับหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์ในเชิงกฎหมาย กำหนดกลยุทธ์ และดูแลสิทธิของผู้เสียภาษี

การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในฐานะพันธกรณีวิชาชีพ

พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ หมวด ๙ มาตรา ๗๙ บัญญัติว่าการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายได้แก่ การให้คำปรึกษาหรือแนะนำเกี่ยวกับกฎหมาย การร่างนิติกรรมสัญญา และการจัดหาทนายความว่าต่างแก้ต่าง19 บทบัญญัตินี้สะท้อนถึงพันธกรณีทางสังคมของวิชาชีพทนายความที่เกินกว่าเพียงการให้บริการเชิงพาณิชย์ กล่าวคือ ทนายความมีหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งรวมถึงประชาชนที่ถูกประเมินภาษีอย่างไม่เป็นธรรมด้วย

ในบริบทของภาษีอากร การพิทักษ์สิทธิของผู้เสียภาษีจึงมิใช่เพียงบริการเชิงธุรกิจ หากแต่เป็นหน้าที่ทางวิชาชีพของนักกฎหมายภาษีอากรในฐานะผู้รักษาระบบนิติธรรม เพื่อให้แน่ใจว่ากฎหมายภาษีถูกตีความและบังคับใช้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทั้งต่อประชาชนผู้เสียภาษีและต่อรัฐ

VII. บทสรุป

นักบัญชี เจ้าหน้าที่สรรพากร และนักกฎหมายภาษีอากร ต่างมีบทบาทที่จำเป็นและสำคัญในระบบภาษีอากร แต่บทบาทเหล่านั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติ นักบัญชีคือผู้เชี่ยวชาญด้านตัวเลขและมาตรฐานทางการเงิน เจ้าหน้าที่สรรพากรคือตัวแทนรัฐในการจัดเก็บภาษี และนักกฎหมายภาษีอากรคือทนายความที่มีพันธกรณีพิเศษในการปกป้องสิทธิของผู้เสียภาษี

สิ่งที่ทำให้นักกฎหมายภาษีอากรมีบทบาทที่ขาดไม่ได้ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ใช่เพียงความรู้ด้านกฎหมายภาษีเท่านั้น แต่คือการผสมผสานระหว่างใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ความเป็นอิสระจากทุกฝ่าย สิทธิพิเศษทางวิชาชีพที่กฎหมายคุ้มครอง และพันธกรณีในฐานะผู้รักษาหลักนิติธรรม

ผู้ประกอบการที่ต้องการความมั่นคงทางภาษีในระยะยาวจึงควรมองนักกฎหมายภาษีอากรเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงทรัพยากรฉุกเฉินที่เรียกใช้เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น การวางแผนภาษีที่ถูกต้องและการปกป้องสิทธิของผู้เสียภาษีตั้งแต่ต้นย่อมมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการแก้ไขปัญหาภายหลังการประเมินภาษีเสมอ

นักบัญชีช่วยให้ตัวเลขถูกต้อง เจ้าหน้าที่สรรพากรดูแลให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปตามกฎหมาย และนักกฎหมายภาษีอากรช่วยให้ผู้เสียภาษีใช้สิทธิตามกฎหมายได้ครบถ้วน — ทั้งสามบทบาทเกื้อกูลกันเพื่อให้ ผู้เสียภาษีได้รับความเป็นธรรม